เคล็ด(ไม่)ลับรักษาสะเก็ดเงิน
posted on 03 Jan 2012 16:36 by tachokจากผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ได้เผยแพร่วิธีการรักษาด้วยวิถีทางโภชนาการ (สูตรการรักษา)
ในคอลัมภ์ Natural mind
- การทำ OIL PULLING
ช่วยลดปริมาณแบคทีเรียในช่องปาก อันเป็นของโรคร้ายต่างๆ
- น้ำมันมะพร้าว + กระเทียม
ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานอย่างสูง (กรดอัลฟ่าไลโปอิค)
- ข้าวกล้อง
มีอิโนชิสตอล เป็นเลซิตินช่วยผิวหนังให้ยืดหยุ่น ไม่อักเสบ
- น้ำมันปลา
- น้ำมันปลา
มี OMAGA 3 ปรับสมดุล OMAGA 6 ลดการอักเสบ
- ขมิ้นชัน
- ขมิ้นชัน
ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย
- มะละกอ
- มะละกอ
มีเอนไซม์ ย่อยโปรตีน
- ผักตำลึง + ใบบัวบก
- ผักตำลึง + ใบบัวบก
มีเอนไซม์ ย่อยแป้ง
- ผักสด + ผลไม้ ทานสด ๆ
- ผักสด + ผลไม้ ทานสด ๆ
มีเอนไซม์เพิ่มพลังชีวิต
- พยายามหลีกเลี่ยง น้ำตาลทรายขาว , แป้งขาว , กาแฟ , แอลกอฮอล์
- ดื่มน้ำลดความร้อนในร่างกาย
เช่น น้ำเก็กฮวย, หล่อฮั้งก้วย, จับเลี้ยง, น้ำใบบัวบก ไม่ใส่น้ำตาล หรือหวานน้อย
- หลีกเลี่ยงน้ำมันที่ผ่านกรรมวิธี (RBD) ทุกชนิด
เช่นน้ำมันถั่วเหลือง , ทานตะวัน , รำข้าว , ข้าวโพด ฯลฯ
เพิ่มเติมอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
- อาหารรสหวาน,ผลไม้รสหวานมาก,เลี่ยงน้ำตาลฟอกขาว
- แป้งขาว เช่น ขนมปัง,เส้นก๋วยเตี๋ยว,บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป,ซาลาเปา,ปาท่องโก๋
- อาหารรสจัด,เค็มจัด,เผ็ดจัด,เปรี้ยวจัดและมีรสมันจัด
- อาหารที่มีกลูเตนสูง,ข้าวสาลี,ข้าวโอ๊ด,ข้าวบาร์เลย์,ข้าวไรน์
- แอลกอฮอล์,คาเฟอีน (ชา,กาแฟ) ของหมักดอง
- อาหารทะเล กุ้ง ปู และหอย (ควรงดเด็ดขาด)
- เนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก เช่น เนื้อวัว ให้เน้นทานเนื้อปลา
- ลดในสิ่งที่ตัวเองแพ้ เช่น น้ำผึ้ง,ข้าวโพด
- อาหารที่ใช้น้ำมันพืชผ่านกรรมวิธี น้ำมันถั่วเหลือง ทานตะวัน ข้าวโพด ดอกคำฝอย รำข้าว (น้ำมันพวกนี้มี OMEGA 6 สูงทำให้เกิดการอักเสบ) และไขมันทรานส์ (ตัวร้ายที่สุด)
- ผู้ป่วยราว 20 % จะแพ้อาหาร (NIGHT SHADE) เช่น มะเขือเทศ,มะเขือ,มันฝรั่ง,พริกไทย,พริกใบยาสูบ(บุหรี่),ถั่ว,ข้าวโพด,งา
- อาหารที่มีนมวัวผสม นมวัวมีโปรตีนเคซีน ร่างกายย่อยยาก
- หลีกเลี่ยงสารเคมีโดยการสัมผัส,สูดดม และงดทานอาหารที่มีส่วนผสมของผงชูรส,วัตถุกันเสีย
- แป้งขาว เช่น ขนมปัง,เส้นก๋วยเตี๋ยว,บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป,ซาลาเปา,ปาท่องโก๋
- อาหารรสจัด,เค็มจัด,เผ็ดจัด,เปรี้ยวจัดและมีรสมันจัด
- อาหารที่มีกลูเตนสูง,ข้าวสาลี,ข้าวโอ๊ด,ข้าวบาร์เลย์,ข้าวไรน์
- แอลกอฮอล์,คาเฟอีน (ชา,กาแฟ) ของหมักดอง
- อาหารทะเล กุ้ง ปู และหอย (ควรงดเด็ดขาด)
- เนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก เช่น เนื้อวัว ให้เน้นทานเนื้อปลา
- ลดในสิ่งที่ตัวเองแพ้ เช่น น้ำผึ้ง,ข้าวโพด
- อาหารที่ใช้น้ำมันพืชผ่านกรรมวิธี น้ำมันถั่วเหลือง ทานตะวัน ข้าวโพด ดอกคำฝอย รำข้าว (น้ำมันพวกนี้มี OMEGA 6 สูงทำให้เกิดการอักเสบ) และไขมันทรานส์ (ตัวร้ายที่สุด)
- ผู้ป่วยราว 20 % จะแพ้อาหาร (NIGHT SHADE) เช่น มะเขือเทศ,มะเขือ,มันฝรั่ง,พริกไทย,พริกใบยาสูบ(บุหรี่),ถั่ว,ข้าวโพด,งา
- อาหารที่มีนมวัวผสม นมวัวมีโปรตีนเคซีน ร่างกายย่อยยาก
- หลีกเลี่ยงสารเคมีโดยการสัมผัส,สูดดม และงดทานอาหารที่มีส่วนผสมของผงชูรส,วัตถุกันเสีย
การรักษาแผลสะเก็ดเงินภายนอก(ผิว)ใช้อยู่ 2 วิธี
1) ใช้ยาทาผิวที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ 0.1% ใช้ไม่เกิน 10 วัน (ถ้ามากกว่านี้จะมีผลข้างเคียง ผิวหนังบาง ติดเชื้อง่าย ไหม้ มีสิว ระคายเคือง ผิวหนังแห้งแตก ต่อมใต้ผิวหนังอักเสบ สีดล้ำ และร่างกายจะขาดโปแตสเซียม) ทางเฉพาะบริเวณที่เป็นสะเก็ดเงินเท่านั้น ทาวันละ 2-3 ครั้ง หลังจากสะเก็ดเงินบางลงหยุดใช้
ถ้าไม่ใช้สเตียรอยด์ทา ยังมียากลุ่มอื่นที่ไม่ใช้สเตียรอยด์ แต่มีราคาแพง เช่น โปรโทปิค (PROTOPIC) ยาอิริเดล (ELIDEL) แทนได้ประสิทธิภาพเทียบเท่าสเตียรอยด์ ชนิดอ่อนและปานกลางเท่านั้น นับว่าเป็นทางเลือกได้อีกทางที่ช่วยระงับอาการคันได้
2) ใช้น้ำมันมะพร้าวทาผิวต่อเนื่อง ทาได้บ่อยๆ ผิวหนังจะชุ่มชื้นเข้าอาการสะเก็ดเงินจะควบคุมได้ดี และใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ทาได้ตลอด
การรักษาแผลสะเก็ดเงินด้วยโภชนาการและการปฏิบัติตอนเช้าและก่อนนอน
1) ตื่นเช้าทำ OIL PULLING 15-20 นาที
2) ตามด้วยการดื่มน้ำ 1-2 แก้ว
3) รับประทานสิ่งต่างๆเหล่านี้วันละ 2-3 เวลาก่อนอาหาร
2) ตามด้วยการดื่มน้ำ 1-2 แก้ว
3) รับประทานสิ่งต่างๆเหล่านี้วันละ 2-3 เวลาก่อนอาหาร
- น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (ไม่แต่งกลิ่นสังเคราะห์ เพราะมีสารเคมี)
- กระเทียมสด หรือกระเทียมอัดเม็ด (อิมมิวนีท็อป 2000)
- เลซิติน (ไวทัล-เอ็ม)
- น้ำมันตับปลา
- บริวเวอร์ยีสต์
- ขมิ้นชัน
- N-ACETYLCYSTEIN (NAC LONG),(MUCIL)
- เลซิติน (ไวทัล-เอ็ม)
- น้ำมันตับปลา
- บริวเวอร์ยีสต์
- ขมิ้นชัน
- N-ACETYLCYSTEIN (NAC LONG),(MUCIL)
- Evening Primrose Oil (EPO)
4) อาหารแต่ละมื้อให้ดูอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง และทานอาหารที่ควรรับประทาน
4) อาหารแต่ละมื้อให้ดูอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง และทานอาหารที่ควรรับประทาน
อย่าลืมการดื่มน้ำที่ถูกต้อง
5) ออกกำลังกายอย่างน้อย 15 นาที อาทิตย์ละ 3 ครั้ง
6) พักผ่อนให้สบาย ฝึกมองโลกในแง่บวก จิตแจ่มใส ผ่อนคลาย
5) ออกกำลังกายอย่างน้อย 15 นาที อาทิตย์ละ 3 ครั้ง
6) พักผ่อนให้สบาย ฝึกมองโลกในแง่บวก จิตแจ่มใส ผ่อนคลาย
7) เพิ่มอาหารที่มีฤทธิ์เย็น เช่น ผักผลไม้, แตงกวา, ฟัก, ถั่วต้ม+เห็ดหูหนูขาว
หรือเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เย็น เช่น น้ำใบบัวบก, ย่านาง, เก็กฮวย, จับเลี้ยง, น้ำถั่วเขียว
เพื่อดับร้อนในร่างกาย ดื่มแทนน้ำทุกวันจะดีมาก ไม่ใส่น้ำตาล หรือน้ำตาลน้อย
เอกสารอ้างอิง
- อาหารและสุขภาพ : พ.อ.หญิงศรีนวล เจียจันทร์พงษ์ และคณะ
- ภูมิแพ้แก้ง่าย : นพ.สวี ซื่อต๋า , น.พ.หยาง เสี่ยนหง
- ภูมิเพี้ยน : พญ.ลลิตา ธีระสิริ
- รู้สู้โรค : หมอเฉลียว ปิยะชน
- มหัศจรรย์น้ำมันมะพร้าว : ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา